บาเร็ตต้า Px4 ลำกล่อง 4 นิ้ว ขนาด 9 มม. บรรจุ 17 นัด


ถ้าเราพูดถึงปืนสั้นระบบลำกล้องบิดตัว นักเล่นปืนรุ่นใหม่ก็คงนึกถึงบาเร็ตต้าคูการ์ แต่ถ้าคนที่อายุเกิดห้าสิบปีก็คงนึกไปถึงปืนแม็บ เอ็นพี 15 ของฝรั่งเศส ว่าเป็นคนเริ่มใช้ปืนระบบนี แต่ตามความเป็นจริงแล้ว จอห์น บราวนิง ต่างหากที่เล่นกับปืนออโตระบบรีคอยล์ที่ขัดกลอน/ปลดกลอน ด้วยการให้ลำกล้องหมุ่นตัวเพียงแต่บราวนิงไม่ชอบระบบนี้ จึงได้หันไปใช้วิธีให้มีห่วงโตงเตงควบคุมจังหวะลำกล้องลดตัวกับยกตัวเพื่อขัดกลอน/ปลดกลอน แทนระบบลำกล้องหมุนตัว

ทำไมถึงต้องจับลำกล้องบิดตัวไห้เวียนหัว คำตอบก็คือ เป็นระบบขัดกลอน/ปลดกลอนที่ดีระบบหนึ่ง ในปืนระบบโบล์วแบ็ก จะใช้รีคอยล์สปริงดันลูกเลื่อนหรือสไลด์ปิดท้ายลำกล้องปืน และจะถอยตัวทันทีที่กระสุนจุดระเบิด ทำให้ปืนโบล์วแล็กใช้กระสุนอานุภาพสูงไม่ได้ เพราะถอนปลอกกระสุนออกมาในช่วงที่แรงอัดในรังเพลิงยังสูงมากจึงต้องหาวิธีถ่วงเวลาให้ปลอกกระสุนคาอยู่ในรังเพลิงจนกว่าแรงอัดจะลดลงบ้าง

ในปืนขนาดใหญ่ เช่นปืนลูกซองหรือปืนกลรุ่นแรกๆ ที่เป็นระบบรีคอยล์ของบราวนิง จะออกแบบกลไกปลดความสัมพันธ์ระหว่างลำกล้องปืนกับลูกเลื่อนได้ง่ายและแข็งแรง เพราะความใหญ่โตของตัวปืน แต่ในปืนพกสั้นขนาดเล็ก ก็ต้องลดขนาดกลไกนี้ลง ตัวปืนจะได้ไม่มีน้ำหนักมากจนเกินไปดังนั้นการออกแบบให้ลำกล้องเกาะเกี่ยวกับสไลด์ แล้วบิดหมุนตัวปลดออกจากกันจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

เข้าใจว่าการที่บราวนิงทิ้งระบบลำกล้องหมุนตัว น่าจะมาจากการที่โรงงานผลิดอาวธปืนต่างๆ เลือกทิศทางเกลี่ยวลำกล้องไม่เหมือนกัน เอาแค่ลูกค้ารายใหญ่สองรายของบราวนิงก็คนละทางแล้ว คือโคลท์ใช้เกลี่ยวเวียนซ้าย ส่วนเอฟเอ็นแห่งเบลเยี่ยมจะทำเกลี่ยวเวียนขวา ทิศทางเกลี่ยวลำกล้องจะมีผลกับระบบลำกล้องบิดตัวด้วย บราวนิงจึงเปลี่ยนไปให้ห่วงโตงเตงแทน จะได้ขายแบบปืนได้ทุกโรงงาน

แต่หลังจากที่โคลท์/บราวนิงหันไปใช้ห่วงโตงเตง ซาเวจก็รับเอาไปใช้กับปืนของตัวเอง และขายดีพอสมควรด้วยระครับจนกระทั่งกองทัพสหรัฐจะซื้อปืนพกออโต .45 ซาเวจก็ยังขยายปืน 7.65 มม. ของตัวเองขึ้นไปเป็น .45 ส่งเข้าประกวดกับเขาด้วยแต่พอกองทัพเลือกโคลท์ ซาเวจก็เลยพาลเลิกทำปืนสั้น หากินกับปืนยาวเรื่อยมา

แต่หลักการลำกล้องบิดตัว ก็ยังมีข้อดีอยู่มาก เช่นทำให้ปืนเตี้ยลง เพราะไม่ต้องเผื่อเนื้อที่ให้กับระบบขัดกลอน/ปลดกลอนในแนวดิ่ง และในเมื่อปืนเตี้ยลง ระบบแรมพ์ป้อนกระสุนก็จ่ออยู่กับปกาซองกระสุนได้ง่ายขึ้น เพราะท้ายรังเพลิงมันจ่ออยู่กับปากซองกระสุนอยู่แล้วนอกจากนั้น การที่รังเพลิงกับปากซองกระสุนอยู่ติดกัน ทำให้เปิดลาดท้ายรังเพลิงน้อยลงอด้วย รังเพลิงมีเนื้อเหล็กหุ้มส่วนท้ายของปลอกกระสุนได้มากกว่าระบบห่วงโตงเตงของโคลท์

ระบบลำกล้องบิดตัว จะต้องออกแบบขอรั้งปลอกกระสุนให้เป็นแบบอ้าออกมางับขอบจานท้าย ไม่ใช่ให้จานท้ายกระสุนเลื่อนขึ้นมาเข้าหาขอรั้งฯ ดังนั้นในปืนที่ใช้ลำกล้องบิดตัว เราจึงหยอดกระสุนเข้ารังเพลิงแล้วปล่อยสไลด์ปิดท้ายลำกล้องได้โดยไม่ต้องกังวลว่าขอรั้นปลอกกระสุนจะแตกเสียหายเหมือนกับปืนในตระกูล 1911

ข้อดีเหล่านี้เองที่ทำให้แม็บของฝรั่งเศสและบาเร็ตต้าเลือกใช้ระบบลำกล้องบิดตัวโดยบาเร็ตต้าเริ่มจากคูการ์ก่อน เมื่อตลาดยอมรับแล้ว จึงออก Px4 เป็นปืนระบบโมดูลาร์ตามออกมาเมื่อปีที่แล้วนี้เอง

บาเร็ตต้าเสนอปืนพก Px4 ออกมาคู่กับคาร์ไบน์ Cx4 เป็นคูขวัญที่สวยสะดุดตาและจับถือได้สบายมือตามสไตล์เออโกโมนิคดีไซด์ หรือการออกแบบให้เข้ากับสัดส่วนของร่างมนุษย์ด้วยฝีมือของกุยเจียโรนักออกแบบรถยนต์ชื่อดังชาวอิตาลี ที่จริงผมเคยยิงทดสอบคาร์ไบน์ Cx4  ในงานดีเฟนส์โชว์มาก่อนแล้ว เป็นคาร์ไบน์ที่น่ารักมาก ยิงสนุกดีด้วย ทำงานด้วยระบบโบล์วแบ็ก เสียดายที่ไม่อยู่ใกล้ๆ มือตอนนี้ ก็เลยไม่รู้ว่าจะใช้ซองกระสุนร่วมกับปืนสั้นได้หรือเปล่า

Px4 เป็นปืนโพลิเมอร์ ระบบโมดูลาร์ปรับระบบลั่นไกได้หลายแบบ แต่ที่ทำออกมาแล้ว 4 แบบ คือรุ่น F เป็นซิงเกิล/ดับเบิลแบบเดียวกับกระบอกที่ทดสอบ ซึ่งเป็นระบบลั่นไกจะเหมือนกับบาเร็ตต้า โมเดล 92 กับ คูการ์ ระบบที่สองหรือรุ่น G เป็นซิงเกิล/ดับเบิลที่มีคันลดนก ซึ่งก็จะเหมือนกับปืนในตระกูลซิกเซาเออร์นั่นเอง รุ่น F กับรุ่น G จะไกล้เคียงกันมาก เปลี่ยนคันห้านไกกับคันลดนกก็เปลี่ยนรุ่นไปแล้ว ระบบที่สามก็คือรุ่น D ดับเบิลโอนลี่ซึ่งเป็นระบบที่ตำรวจอเมริกันชอบใช้ เพราะป้องกันปืนลั่นได้ดีกว่าให้ใช้ปืนลูกโม่เสียอีกระบบที่สี่เป็นรุ่น C ซึ่งเหมือนกับรุ่น D แต่ลดน้ำหนักไก กับทำให้ช่วงลากไกสั้นลง คือระยะลั่นไกคริ่งนิ้วพอๆ กับกล้อก นอกจากนั้นปืนรุ่น D  นี้ยังมีฟังชั่นการทำงานเหมือนกับกล็อกอีกด้วย คือไม่ต้องกังวลใจเรื่องระบบนิรภัย เอาแค่ขึ้นลำแล้วก็ยิงเท่านั้นความปลอดภัยอยู่ที่มือตัวเอง

ซองกระสุน Px4 จะหนากว่าคูการ์เพราะว่า Px4 ใช้โครงปืนดับด้ามเป็นโพลิเมอร์ไม่ต้องมีแก้มประกับด้ามปืน ความรู้สึกตอนกำด้ามปืน (ใส่แผ่นหลังด้ามอันกลาง) พอๆ กับกล็อก 19 แต่ Px4 จะเปลี่ยนแผ่นหลังด้ามให้ด้ามปืนใหญ่หรือเล็กลงได้สามขนาดปืนมาตรฐานจะเป็นด้ามขนาดกลางและจะแถมแผ่นหลังด้ามขนาดใหญ่กับขนาดเล็กมาให้ด้วย สำหรับคนไทยเราคงจะใช้ได้เฉพาะไซส์กลางกับเล็กเท่านั้น

เราไปยิงทดสอบบาเร็ตต้า Px4 ที่สนามยิงปืนราชนาวี บางนา กระสุนที่ใช้ทดสอบ 4 แบบ ตั้งแต่อ่อนที่สุดคือวินเชสเตอร์ 115 เกรน FMJ แล้วก็กระสุนมาตรฐานของกองทัพสหรัฐแบบ M882  FMJ 124 เกรนซึ่งเป็นกระสุนที่ออกแบบมาให้ใช้ได้ทั้งปืนพกและปืนกลมือ แบบที่สามเป็นสเปียร์โกลด์ดอท หัวรู 124 เกรน JHP ซึ่งรูที่หัวกระสุค่อนข้างกว้าง ก็เลยเอามาทดสอบระบบป้อนกระสุนของ Px4  ส่วนกระสุนทดสอบแบบสุดท้ายเป็นกระสุนหัวตะกั่ว 147 เกรน ไทเทเนียมของรอยัล แอมมูนิชั่นปรากฎว่า Px4 จัดการได้เรียบร้อยทุกแบบโดยไม่ติดขัดเลยแม้แต่นัดเดียว กระสุนที่ทำกลุ่มได้ดีกว่าเพื่อน จะเป็น M882 กับหัวตะกั่ว 147 เกรนไทเทเนียม

บาเร็ตต้า Px4 เป็นปืนใช้งานที่น่าใช้มากแบบหนึ่ง ได้คุณลักษณะของโครงปืนโพลิเมอร์ที่มีน้ำหนักเบา เวลาจับถือไม่ต้องเช็ดน้ำมันกันสนิม ปรับขนาดด้ามปืนได้ และยังเป็นปืนระบบโมดูล่าร์ เลือกระบบลั่นไกได้ตามรสนิยมของตัวเอง โดยเฉพาะถ้าสั่รุ่น C มาขายให้คอปืนกล็อก กับสั่งคันลดนกมาแถมให้ลูกค้าที่ซื้อปืนรุ่น F ถ้าตัวแทนจำหน่ายทำได้แบบนี้ Px4 มีสิทธิยึดตลาดปืนโพลิเมอร์เอาง่ายๆ

สุพินท์  สมิตะเกษตริน...รายงาน